6 Checklist เมื่อรับหมาแมวจรมาเลี้ยง ต้องทำอะไรบ้างใน 1 เดือนแรก
- Sutthilak Keawon

- 2 มี.ค.
- ยาว 2 นาที

เรา The Animals Society จะอธิบายในหัวข้อนี้เองครับ สำหรับใครที่กำลังใจดีเปิดบ้านรับน้อง ๆ สี่ขาไร้บ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
Key Takeaways
เตรียมพื้นที่ปลอดภัย: จัด Safe Room ให้น้องคุ้นชินก่อนปล่อยเดินทั่วบ้าน
ตรวจสุขภาพคือเรื่องด่วน: พาไปตรวจเลือด ถ่ายพยาธิ กำจัดเห็บหมัด และวางแผนวัคซีน
เข้าใจกฎ 3-3-3: ให้เวลาน้อง 3 วันสำหรับความกลัว, 3 สัปดาห์สำหรับการเรียนรู้ และ 3 เดือนสำหรับการเป็นครอบครัวเดียวกัน
ปรับอาหารอย่างช้าๆ: ไม่เปลี่ยนอาหารกะทันหัน เพื่อป้องกันอาการท้องเสีย
ใจเย็นและใช้เวลา: ความรักและความอดทนคือวัคซีนชั้นดีที่จะเปลี่ยนสัตว์จรจัดให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักที่สุดครับ
ทำไมช่วงเวลา 1 เดือนแรกถึงสำคัญเมื่อรับหมาแมวจรจัดมาเลี้ยง?
หลายคนอาจจะคิดว่าความรักและอาหารที่เตรียมไว้ให้ ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการรับน้อง ๆ จรจัดเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่ความจริงแล้วช่วงเวลา 30 วันแรก คือช่วงเวลาแห่งการทดสอบความอดทนและสร้างรากฐานความผูกพันครับ สัตว์ที่เคยใช้ชีวิตข้างถนนมักจะมีสัญชาตญาณระแวดระวังตัวสูงมาก การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแบบฉับพลันอาจทำให้พวกเขารู้สึกเครียด หวาดกลัว หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเพื่อป้องกันตัวได้ครับ
ในแง่ของจิตวิทยาสัตว์ การให้เวลาพวกเขาปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงเดือนแรก จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมระยะยาวของพวกเขาเลยครับ หากเราเริ่มต้นอย่างถูกต้อง น้องจะเรียนรู้ว่าพื้นที่นี้ปลอดภัย และยอมรับเราในฐานะครอบครัวในที่สุดครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง : ไอเดีย 100 ชื่อสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ เรียกง่าย จำไว

1.ของพื้นฐานในบ้านที่ต้องมีรองรับหมาแมวจร
วันแรกของการย้ายบ้านคือวันที่ตื่นเต้นที่สุดสำหรับเรา แต่เป็นวันที่เครียดที่สุดสำหรับน้องครับ การจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
ของใช้จำเป็นพื้นฐานที่ต้องมีก่อนน้องมาถึงมีอะไรบ้าง?
ก่อนที่จะพาน้องก้าวเท้าเข้าบ้าน เราต้องเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อมสรรพครับ เพื่อลดความวุ่นวายและทำให้น้องมีของใช้ส่วนตัวทันที
ชามอาหารและชามน้ำ: ควรแยกกันชัดเจน และทำจากวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย เช่น สเตนเลสหรือเซรามิก
อาหารสำหรับช่วงปรับตัว: ควรเป็นอาหารสูตรย่อยง่าย หรือถ้าทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้ดูแลเดิมให้อะไร ให้ใช้อาหารแบบเดิมผสมกับแบบใหม่ไปก่อน
กระบะทรายและทรายแมว (สำหรับแมว): ควรเป็นกระบะแบบเปิดโล่งในช่วงแรก เพื่อให้น้องไม่รู้สึกอึดอัด
แผ่นรองซับขับถ่าย (สำหรับสุนัข): ช่วยเรื่องการฝึกขับถ่ายในบ้าน
ที่นอนหรือผ้าห่มนุ่ม ๆ: ควรวางไว้ในมุมที่เงียบสงบ
กรงหรือกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง: สำหรับใช้เคลื่อนย้ายและเป็นพื้นที่ปลอดภัย
ปลอกคอและสายจูง: แนะนำให้ใช้สายรัดอก (Harness) เพื่อความปลอดภัย ป้องกันการหลุดหนีเมื่อตกใจ
2.วิธีการจัดพื้นที่ส่วนตัวให้น้องรู้สึกปลอดภัย
การปล่อยให้น้องเดินสำรวจทั่วบ้านตั้งแต่วันแรกอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนักครับ เพราะพื้นที่ที่กว้างเกินไปจะทำให้น้องรู้สึกควบคุมสถานการณ์ไม่ได้และเกิดความกลัว เราควรจัดเตรียม "ห้องจำกัดพื้นที่" (Safe Room) ไว้ให้น้องก่อนครับ
ภายในห้องนี้ควรมีแสงสว่างพอเหมาะ ไม่พลุกพล่าน และมีอุปกรณ์ครบถ้วนตามที่กล่าวไปข้างต้น ปล่อยให้น้องใช้ชีวิตในห้องนี้สักระยะ เพื่อให้คุ้นชินกับกลิ่นใหม่ เสียงใหม่ และอุณหภูมิของบ้านเราครับ หากน้องไปซ่อนตัวใต้เตียงหรือซอกตู้ ปล่อยน้องไว้ครับ อย่าเพิ่งพยายามดึงตัวออกมาเด็ดขาด ให้เวลาเป็นตัวช่วยให้น้องผ่อนคลายและเดินออกมาสำรวจเองครับ
3.สัปดาห์แรกกับการจัดการสุขภาพให้มั่นใจว่าน้องแข็งแรง
หลังจากน้องเริ่มสงบลงในบ้านใหม่ สิ่งแรกที่ละเลยไม่ได้เลยคือการจัดการเรื่องสุขภาพครับ สัตว์จรจัดส่วนใหญ่มักมีปัญหาเรื่องปรสิตและอาจมีโรคแฝงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมคือสิ่งที่คุณต้องวางแผนไว้ในตารางสัปดาห์แรกครับ
โปรแกรมตรวจสุขภาพและวัคซีนที่ห้ามพลาดมีอะไรบ้าง?
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและง่ายต่อการวางแผน ลองดูตารางเปรียบเทียบการจัดการสุขภาพเบื้องต้นระหว่างสุนัขและแมวที่เราสรุปมาให้ครับ
รายการที่ต้องตรวจ / ทำ | สำหรับสุนัขจรจัด | สำหรับแมวจรจัด | ความสำคัญ (ทำไมต้องทำ) |
ตรวจเลือดพื้นฐาน | เช็กพยาธิเม็ดเลือด, ค่าตับ, ค่าไต | เช็กเอดส์แมว (FIV), ลิวคีเมีย (FeLV) | ป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง และประเมินความพร้อมก่อนทำวัคซีน |
กำจัดปรสิตภายนอก | หยดยา/กินยา ป้องกันเห็บ หมัด | หยดยากำจัดหมัด ไรหู | ป้องกันโรคผิวหนัง และไม่ให้เห็บหมัดแพร่กระจายในบ้าน |
ถ่ายพยาธิลำไส้ | ป้อนยาถ่ายพยาธิรวม | ป้อนยาถ่ายพยาธิรวม | สัตว์จรจัดแทบทุกตัวมีพยาธิ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดูดซึมอาหาร |
วัคซีนเข็มแรก | วัคซีนรวม 5 โรค, พิษสุนัขบ้า | วัคซีนหัด-หวัดแมว, พิษสุนัขบ้า | สร้างภูมิคุ้มกันพื้นฐาน (ต้องทำเมื่อน้องร่างกายแข็งแรงเท่านั้น) |
นอกจากการตรวจตามตารางนี้แล้ว คุณหมอจะทำการประเมินน้ำหนัก สภาพผิวหนัง และช่องปากด้วยครับ หากน้องยังดูเครียดมาก หรือมีอาการท้องเสียจากการเปลี่ยนอาหาร หมออาจจะเลื่อนการทำวัคซีนออกไปก่อน เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่สุดครับ

4.เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2-4 ฝึกพฤติกรรมและสร้างความเชื่อใจ
เมื่อสุขภาพกายเริ่มเข้าที่ ก็ถึงเวลาดูแลสุขภาพใจและปรับพฤติกรรมครับ ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป น้องจะเริ่มแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมาให้เราเห็น บางตัวอาจจะเริ่มซน รื้อข้าวของ หรือบางตัวอาจจะยังขี้กลัวอยู่ การใช้หลักจิตวิทยาเชิงบวกจึงสำคัญมาก
กฎ 3-3-3 คืออะไร ทำไมถึงช่วยให้เข้าใจน้องได้ดีขึ้น?
นี่คือ Insight ที่คนเลี้ยงสัตว์มือใหม่หลายคนมักไม่ค่อยรู้ครับ กฎ 3-3-3 เป็นหลักการที่ช่วยให้เราทำความเข้าใจไทม์ไลน์การปรับตัวของสัตว์จรจัดเมื่อย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่
3 วันแรก (ช่วงเวลาแห่งความกลัว): น้องจะรู้สึกสับสน เครียด ไม่ยอมกินอาหาร หรือเอาแต่หลบซ่อนตัว นี่คือเรื่องปกติครับ เราเพียงแค่วางอาหารและน้ำไว้ และไม่ไปคุกคามพื้นที่ของเขา
3 สัปดาห์ต่อมา (ช่วงเวลาเริ่มเรียนรู้): น้องจะเริ่มเข้าใจว่าบ้านนี้ปลอดภัย เริ่มจดจำกิจวัตรประจำวันได้ เริ่มออกมาเดินสำรวจ และแสดงนิสัยดั้งเดิมออกมา ช่วงนี้เป็นเวลาทองในการเริ่มฝึกคำสั่งพื้นฐานและการขับถ่ายครับ
3 เดือนเป็นต้นไป (ช่วงเวลาแห่งความผูกพัน): น้องจะรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ ไว้ใจคนในครอบครัว และกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของเราอย่างเต็มตัวครับ
เมื่อเรารู้จักกฎนี้ เราจะลดความคาดหวังและเพิ่มความเข้าใจในตัวน้องได้มากขึ้นครับ
5.วิธีฝึกการขับถ่ายให้เป็นที่ทำอย่างไรให้ได้ผลไว
การขับถ่ายเรี่ยราดเป็นปัญหากวนใจอันดับต้นๆ ครับ สำหรับแมว หากน้องไม่ยอมใช้กระบะทราย ลองเปลี่ยนประเภทของทรายแมวดูครับ เพราะแมวจรอาจจะชินกับดินหรือทรายธรรมชาติมากกว่าทรายเต้าหู้หรือทรายเบนโทไนต์
ส่วนสุนัข ให้สังเกตพฤติกรรมหลังมื้ออาหาร หรือหลังตื่นนอน หากน้องเริ่มเดินวนและดมพื้น ให้รีบพาไปที่แผ่นรองซับ หรือพาออกไปในสวนทันที เมื่อน้องทำสำเร็จ ต้องกล่าวชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและให้ขนมเป็นรางวัล (Positive Reinforcement) ห้ามดุด่าหรือตีเมื่อน้องทำพลาดเด็ดขาดครับ เพราะจะยิ่งทำให้น้องกลัวการขับถ่ายต่อหน้าเรา
6.อาหารและโภชนาการสำหรับหมาแมวจรจัด
สัตว์ที่เคยอดมื้อกินมื้อ มักจะมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารที่เปราะบางครับ การให้กินอาหารเกรดพรีเมียมแบบบุฟเฟต์ตั้งแต่วันแรกอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงได้ครับ
เทคนิคการเปลี่ยนอาหารไม่ให้ท้องเสียมีขั้นตอนอย่างไร?
หลักการสำคัญคือ "ค่อยเป็นค่อยไป" ครับ ใน 3-5 วันแรก ให้เน้นอาหารที่ย่อยง่าย หากเป็นข้าวคลุกเนื้อสัตว์ต้มสุกแบบไม่ปรุงรส จะช่วยให้ลำไส้ทำงานไม่หนักจนเกินไป หากต้องการเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ด ให้ใช้วิธีผสมอาหารเก่าและอาหารใหม่ โดยเริ่มจาก อาหารเก่า 75% ผสมอาหารใหม่ 25% ในช่วงวันแรกๆ และค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนอาหารใหม่ขึ้นเรื่อยๆ จนครบ 100% ภายในระยะเวลา 7-10 วันครับ
นอกจากนี้ ควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ 2-3 มื้อต่อวัน แทนการให้อาหารชามใหญ่ชามเดียว เพื่อป้องกันน้องกินตะกละจนอาเจียนครับ
Q&A
Q : พาน้องจรจัดไปอาบน้ำตั้งแต่วันแรกเลยได้ไหม?
A : ยังไม่แนะนำครับ การอาบน้ำจะเพิ่มความเครียดให้น้องอย่างมหาศาล หากน้องตัวเหม็นหรือมอมแมมมาก แนะนำให้ใช้โฟมอาบน้ำแห้ง หรือผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวไปก่อน รอให้น้องคุ้นเคยกับเราและบ้านสัก 1-2 สัปดาห์แล้วค่อยจัดการเรื่องอาบน้ำครับ
Q : น้องหมาน้องแมวเอาแต่ซ่อนตัวใต้เตียงตลอดเวลา ผิดปกติไหม?
A : เป็นเรื่องปกติของสัปดาห์แรกครับ น้องกำลังพยายามหาพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ปล่อยน้องไว้ครับ คอยสังเกตว่าน้องออกมากินอาหารและขับถ่ายตอนเราไม่อยู่หรือไม่ ถ้าน้องยังกินและขับถ่ายได้ปกติ ถือว่าไม่มีอะไรน่าห่วงครับ
Q : บ้านมีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว จะพาน้องจรตัวใหม่ไปทำความรู้จักอย่างไร?
A : ต้องแยกพื้นที่กันเด็ดขาดในช่วงแรกครับ ห้ามให้เจอหน้ากันทันที ให้ใช้วิธีสลับกลิ่น โดยนำผ้าห่มของตัวเก่าไปให้ตัวใหม่ดม และนำของตัวใหม่ไปให้ตัวเก่าดม เมื่อผ่านการตรวจโรคจากหมอแล้ว ค่อยๆ ให้เจอกันผ่านประตูกระจก หรือกรง และต้องอยู่ในสายตาเราตลอดเวลาครับ
The Animals Society ขอส่งท้ายด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแฟชั่นของคนรักสัตว์ ด้วยการบริจาคให้น้อง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ที่ทางเรารวบรวมมา คลิกที่นี่ โดยเป็นการบริจาคแบบทางตรง โดยไม่ผ่านตัวกลางใด ๆ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนสัตว์โลกของเราได้มีที่พึ่งพิงมากขึ้น







ความคิดเห็น