top of page

ต้นกำเนิดของแมววิเชียรมาศ เอกลักษณ์ฉบับสายพันธุ์ไทย

ประวัติแมววิเชียรมาศ

ใครที่หลงใหลในความน่ารัก และแววตาสีฟ้าของแมวสยามวิเชียรมาศ วันนี้เรา The Animals Society จะพาไปรู้จักน้องแมวสายพันธุ์นี้ ว่ามีต้นกำเนิดมาอย่างไรเองครับ


Key Takeaways

  • สมบัติจากอยุธยา: วิเชียรมาศมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ถูกบันทึกไว้ในตำราแมวว่าเป็นแมวมงคลชั้นสูงที่เลี้ยงกันในราชสำนัก

  • ความหมายมงคล: ชื่อ "วิเชียรมาศ" แปลว่าเพชรแห่งดวงจันทร์ มีความเชื่อว่าใครเลี้ยงไว้จะนำพาทรัพย์สินและโชคลาภมาให้

  • การโกอินเตอร์: ปี ค.ศ. 1884 เป็นจุดเริ่มต้นที่แมววิเชียรมาศเดินทางเข้าสู่ยุโรป และสร้างปรากฏการณ์กระแสแมวสยามฟีเวอร์ในงานประกวดที่อังกฤษ

  • เวทมนตร์แห่งพันธุกรรม: แต้มสีเข้ม 9 จุดเกิดจาก Himalayan gene ซึ่งทำงานสัมพันธ์กับอุณหภูมิ ยิ่งเย็นสียิ่งเข้ม

  • วิวัฒนาการสายพันธุ์: ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 สไตล์หลักๆ คือ แบบดั้งเดิม (Applehead) ที่ดูแข็งแรงน่ารัก และแบบตะวันตก (Wedge) ที่ดูผอมเพรียวและโฉบเฉี่ยว


แมววิเชียรมาศตำนานที่ยังมีลมหายใจ

ถ้าเราพูดถึงแมวที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย เชื่อว่าชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ แมววิเชียรมาศ อย่างแน่นอนครับ ความน่าสนใจคือแมวสายพันธุ์นี้ไม่ได้เพิ่งมาฮิตในยุคที่เราชอบอวดรูปสัตว์เลี้ยงลงโซเชียลมีเดีย แต่พวกเขามีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี และยังเป็นหนึ่งในสายพันธุ์แมวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ สำหรับในแวดวงไลฟ์สไตล์และสัตว์เลี้ยง แมววิเชียรมาศเปรียบเสมือนผลงานศิลปะที่มีชีวิต ซึ่งผสมผสานระหว่างความสง่างามแบบคลาสสิกและความขี้เล่นแบบเป็นกันเองได้อย่างลงตัว


หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพแมวตัวสีครีมที่มีแต้มสีเข้มตามจุดต่างๆ พร้อมกับดวงตาสีฟ้าประกายสดใส แต่เบื้องหลังความสวยงามนี้มีเรื่องราวที่น่าทึ่งซ่อนอยู่มากมายครับ ตั้งแต่สถานะการเป็นแมวชั้นสูงในราชสำนัก ไปจนถึงการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างความฮือฮาในเวทีระดับโลก เราจะพาไปเจาะลึกกันทีละประเด็นครับ



ต้นกำเนิดของแมววิเชียรมาศ

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของแมววิเชียรมาศในหน้าประวัติศาสตร์ไทย

ถ้าเราย้อนกลับไปดูหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ต้นกำเนิดของแมววิเชียรมาศนั้นผูกพันกับอาณาจักรอยุธยาอย่างแยกไม่ออกครับ คำว่า "วิเชียรมาศ" มีความหมายที่ไพเราะมาก โดยแปลว่า "เพชรแห่งดวงจันทร์" หรือ "ดวงจันทร์ที่สุกสกาวดั่งเพชร" ซึ่งแค่ชื่อก็บอกแล้วว่าคนสมัยก่อนให้มูลค่าและยกย่องแมวสายพันธุ์นี้มากแค่ไหน


ในยุคอยุธยา แมววิเชียรมาศไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงที่เดินจับหนูอยู่ตามบ้านทั่วไปนะครับ แต่พวกเขาถูกจัดให้อยู่ในสถานะที่สูงส่งมาก มีความเชื่อว่าแมวสายพันธุ์นี้มักจะถูกเลี้ยงดูโดยพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น คนธรรมดาสามัญแทบจะไม่มีโอกาสได้ครอบครองเลยครับ นั่นทำให้วิเชียรมาศกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและบารมีไปโดยปริยาย


แมววิเชียรมาศในสมุดข่อยโบราณ

ความชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของแมววิเชียรมาศ ถูกบันทึกไว้ใน "ตำราแมว" หรือสมุดข่อยโบราณ ซึ่งคาดว่าถูกเขียนขึ้นในช่วงยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ครับ ในตำรานี้มีการวาดภาพและอธิบายลักษณะของแมวไทยมงคลและอัปมงคลไว้อย่างชัดเจน


ตำราแมวระบุว่าวิเชียรมาศเป็นหนึ่งในแมวมงคล 17 ชนิด โดยบรรยายลักษณะไว้ว่า มีพื้นขนสีขาวหม่นหรือสีดอกโกฐ (สีครีม) และมีแต้มสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มที่เรียกว่า "แต้มสีครั่ง" บริเวณ 9 ตำแหน่งบนร่างกาย ได้แก่ หน้า หูทั้งสองข้าง เท้าทั้งสี่ หาง และอวัยวะเพศ นอกจากนี้ยังมีบทกลอนที่ระบุชัดเจนว่า ใครที่เลี้ยงแมววิเชียรมาศไว้ จะช่วยนำพาโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง และความเจริญรุ่งเรืองมาให้แก่ผู้เป็นเจ้าของครับ นี่จึงเป็นเหตุผลเชิงจิตวิทยาในอดีตที่ทำให้แมวสายพันธุ์นี้มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการอย่างมาก



แมววิเชียรมาศกลายเป็นสัตว์เลี้ยงแฟชั่นระดับโลกได้อย่างไร

การเปลี่ยนผ่านจากแมวในราชสำนักไทย สู่การเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตที่คนดังและชนชั้นสูงในยุโรปต้องมี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แมววิเชียรมาศกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกครับ ในยุควิกตอเรียนที่ชาวยุโรปกำลังตื่นตัวกับการเสาะหาสิ่งแปลกใหม่จากดินแดนตะวันออก (Exotic trend) แมวสยามของเราก็เข้าไปตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความหรูหราตรงนั้นพอดิบพอดีครับ


ใครคือผู้นำแมววิเชียรมาศคู่แรกไปสู่สายตาชาวยุโรป

เรื่องราวการโกอินเตอร์เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1884 ครับ เมื่อกงสุลอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ที่ชื่อว่า โอเวน กูลด์ (Owen Gould) ได้รับมอบแมววิเชียรมาศคู่หนึ่งเป็นของขวัญ ซึ่งหลายแหล่งข้อมูลระบุตรงกันว่าเป็นของขวัญที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) แมวคู่นี้เป็นตัวผู้และตัวเมีย มีชื่อที่น่ารักและจำง่ายมากคือ "พุฒ" (Pho) และ "เมีย" (Mia)


คุณกูลด์ได้ส่งแมวคู่นี้กลับไปให้น้องสาวของเขาที่ประเทศอังกฤษครับ และในปีถัดมา ค.ศ. 1885 น้องสาวของเขาก็ได้นำเจ้าพุฒและเมียไปจัดแสดงในงานประกวดแมวระดับชาติที่ Crystal Palace ในกรุงลอนดอน บอกเลยว่างานนั้นแมวสยามของเราขโมยซีนสุดๆ ครับ เพราะหน้าตาและสีสันของวิเชียรมาศนั้นแปลกประหลาดและแตกต่างจากแมวพื้นเมืองในยุโรปอย่างสิ้นเชิง


แมววิเชียรมาศ

ทำไมชาวยุโรปในยุคนั้นถึงหลงรักแมวสยามจนเกิดเป็นกระแสฟีเวอร์

ตอนแรกที่ชาวยุโรปเห็นแมววิเชียรมาศ บางคนถึงกับตกใจและวิจารณ์ว่าเป็นแมวที่มีหน้าตาเหมือนฝันร้าย เพราะสีขนที่ตัดกันอย่างชัดเจนและรูปร่างที่เพรียวบางดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลยครับ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความคิดเหล่านั้นก็เปลี่ยนเป็นความหลงใหลอย่างรุนแรง


สาเหตุที่ทำให้แมวสยามฟีเวอร์ ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่างหน้าตาที่ดูสง่างามและมีคลาสเท่านั้นครับ แต่เป็นเพราะ "นิสัย" ของพวกเขาด้วย วิเชียรมาศเป็นแมวที่มีนิสัยคล้ายสุนัข คือติดเจ้าของมาก ฉลาด ขี้อ้อน และที่สำคัญคือช่างพูดช่างคุย มีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ การมีแมววิเชียรมาศเดินคลอเคลียอยู่ในคฤหาสน์จึงกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นและสัญลักษณ์ของความมีระดับในยุคนั้นไปเลยครับ


ลักษณะเด่นที่แท้จริงของแมววิเชียรมาศ

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าแมววิเชียรมาศที่เราเห็นนั้นมีลักษณะตรงตามมาตรฐานหรือเปล่า เราต้องมาทำความเข้าใจเรื่องกายภาพของพวกเขากันก่อนครับ จุดเด่นที่สุดที่หนีไม่พ้นคือเรื่องของ "แต้ม" (Point) และดวงตา เราลองมาเจาะลึกความลับที่ซ่อนอยู่ในสีขนของพวกเขากันครับ


ความลับทางพันธุกรรมที่ทำให้สีขนเปลี่ยนตามอุณหภูมิ

นี่คือหนึ่งใน Insight ที่น่าทึ่งที่สุดของวิเชียรมาศเลยครับ หลายคนอาจจะเคยสังเกตว่าลูกแมววิเชียรมาศตอนเกิดใหม่จะมีสีขาวล้วนทั้งตัว แต่พอโตขึ้นแต้มสีเข้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา หรือบางตัวอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ แล้วสีขนจะเข้มขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่เวทมนตร์ครับ แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และพันธุกรรมล้วนๆ


แมววิเชียรมาศมียีนกลายพันธุ์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "Himalayan gene" ซึ่งยีนตัวนี้จะไปควบคุมเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน ความตลกของเอนไซม์ตัวนี้คือ มันจะขี้เกียจทำงานในอุณหภูมิที่อุ่นครับ ตอนที่ลูกแมวอยู่ในท้องแม่ที่อุ่นสบาย เอนไซม์เลยไม่ผลิตเม็ดสี ลูกแมวเลยเกิดมาเป็นสีขาว


แต่พอออกมาเจออากาศภายนอก อวัยวะส่วนปลายที่อุณหภูมิต่ำกว่าส่วนอื่นของร่างกาย เช่น จมูก หู ปลายเท้าทั้งสี่ และหาง เอนไซม์จะเริ่มทำงานและผลิตเม็ดสีเข้มออกมา ทำให้เกิดเป็นแต้ม 9 จุดที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเองครับ ถือเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สร้างสรรค์งานศิลปะบนตัวแมวได้อย่างแนบเนียนจริงๆ ครับ



แมววิเชียรมาศสายพันธุ์ดั้งเดิมกับสายพันธุ์ตะวันตกต่างกันอย่างไร

เมื่อแมววิเชียรมาศถูกนำไปเพาะพันธุ์ในต่างประเทศเป็นเวลานาน นักเพาะพันธุ์ชาวตะวันตกได้พัฒนาสายพันธุ์จนรูปร่างหน้าตาเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาดูตารางเปรียบเทียบระหว่างวิเชียรมาศแบบไทยแท้และแบบตะวันตกกันครับ


ลักษณะทางกายภาพ

วิเชียรมาศสายพันธุ์ดั้งเดิม (Thai Siamese / Applehead)

วิเชียรมาศสายพันธุ์ตะวันตก (Modern Siamese / Wedge)

รูปทรงหัว

กลมมนคล้ายผลแอปเปิล ดูมีแก้ม น่ารักเป็นมิตร

เป็นรูปสามเหลี่ยมลิ่ม (Wedge) แหลมยาว ดูเฉียบคม

รูปร่างและโครงกระดูก

ขนาดกลาง โครงสร้างกระดูกหนาและแข็งแรง มีกล้ามเนื้อ

รูปร่างผอมเพรียวบางมาก โครงกระดูกเล็ก ขาเรียวยาว

ใบหู

ขนาดพอดีกับหัว ตั้งตรง ฐานหูไม่กว้างมาก

ใบหูใหญ่มาก ฐานหูกว้าง ตั้งกางออกไปด้านข้าง

ดวงตา

รูปทรงอัลมอนด์ สีฟ้าสดใส หรือฟ้าอมเทา

ดวงตารูปทรงอัลมอนด์เฉียงขึ้น สีฟ้าเข้มจัด

ภาพลักษณ์รวม

ดูเป็นแมวบ้านที่แข็งแรง เป็นธรรมชาติ

ดูสง่างาม โฉบเฉี่ยว เหมือนนางแบบบนรันเวย์


ตารางนี้ช่วยให้เราแยกแยะได้ง่ายขึ้นครับว่า แมวที่เรากำลังดูอยู่นั้นถูกพัฒนาสายพันธุ์มาในทิศทางไหน ซึ่งในปัจจุบันวงการคนรักแมวก็ให้การยอมรับทั้งสองแบบครับ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคลเลย


Q&A

Q : แมววิเชียรมาศกับแมวเก้าแต้มคือแมวชนิดเดียวกันไหม?

A : ไม่ใช่ครับ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยมาก แมววิเชียรมาศจะมีสีพื้นเป็นสีครีมและมีแต้มเข้ม 9 จุดตามอวัยวะส่วนปลาย ส่วน "แมวเก้าแต้ม" ตามตำราโบราณคือแมวที่มีพื้นสีขาวทั้งตัว และมีแต้มสีดำเป็นวงกลมแต้มอยู่ตามลำตัว 9 แห่งเหมือนโดนพู่กันแต้มครับ ซึ่งปัจจุบันแมวเก้าแต้มแทบจะสูญพันธุ์หรือหาดูได้ยากมากๆ แล้วครับ

Q : แมววิเชียรมาศแท้ต้องมีตาสีฟ้าเท่านั้นจริงหรือ?

A : จริงครับ ตามมาตรฐานสายพันธุ์และพันธุกรรมของวิเชียรมาศแท้ ดวงตาจะต้องเป็นสีฟ้าประกายสดใสเท่านั้น หากพบว่ามีดวงตาสีอื่น เช่น สีเหลือง หรือสีเขียว แสดงว่าอาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์มาในรุ่นก่อนหน้าครับ

Q : เลี้ยงแมววิเชียรมาศในห้องแอร์ตลอดเวลา ขนจะดำขึ้นจริงไหม?

A : จริงครับ อย่างที่เราได้อธิบายไปเรื่องยีน Himalayan สีขนของวิเชียรมาศจะตอบสนองต่ออุณหภูมิ หากเลี้ยงในสภาพอากาศที่เย็นจัดหรืออยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา บริเวณแต้มสีเข้มจะขยายวงกว้างขึ้น และสีพื้นลำตัวที่เคยเป็นสีครีมสว่างก็อาจจะหม่นลงหรือเข้มขึ้นได้ครับ


The Animals Society ขอส่งท้ายด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแฟชั่นของคนรักสัตว์ ด้วยการบริจาคให้น้อง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ที่ทางเรารวบรวมมา คลิกที่นี่ โดยเป็นการบริจาคแบบทางตรง โดยไม่ผ่านตัวกลางใด ๆ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนสัตว์โลกของเราได้มีที่พึ่งพิงมากขึ้น


รวมมูลนิธิบริจาคเพื่อช่วยเหลือสัตว์

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์

ข้อมูลการติดต่อ The Animals Society 

 2451 3-4 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

  • Youtube
  • Facebook
  • Instagram
bottom of page